EMERSON
PACSystems
Most Compact , Reliable & Cost effective Ever
#Engineering Solution Service
#EMERSON Solution
#Engineering Solution Service
#EMERSON Solution
PACSystems Solution
เป็นตัวช่วยยกระดับการปฏิบัติงานในอุตสาหกรรมต่างๆ
โซลูชันระบบอัตโนมัติและการควบคุมสังเกตุการในโรงงานอุตสาหกรรม ที่เรียกว่า PACSystems™ ของ Emerson นี้ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถใหม่ให้กับระบบควบคุมและระบบอัตโนมัติในภาคอุตสาหกรรม
โดยช่วยให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ปรับปรุงการเชื่อมต่อระบบ และเพิ่มความสามารถในการควบคุมอย่างแม่นยำ สำหรับการใช้งานในกระบวนการผลิตแบบต่อเนื่อง (process industry) และอุตสาหกรรมการผลิตแบบไม่ต่อเนื่อง (discrete industry) ที่หลากหลาย
ที่สำคัญ PACSystems รองรับการปรับปรุงเพิ่มเติมหน่วยการทำงาน และ การขยายระบบได้อย่างยืดหยุ่นง่ายดาย และยังสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการและสามารถจัดลำดับความสำคัญที่เปลี่ยนแปลงไปได้เสมอ
ระบบ Automation รุ่นใหม่ ที่เรียกว่า PACSystems นี้มีคุณสมบัติหลักๆ 4 ประการได้ แก่
1. รักษาการทำงานของแต่ล่ะแอปพลิเคชันให้มีความเชื่อถือได้และปลอดภัย
ด้วยคุณสมบัติการถ่ายเทความร้อนที่ได้รับการจดสิทธิบัตร และระบบสำรองการทำงานในตัว (built-in redundancy) จึงช่วยให้มั่นใจได้ว่า PACSystem มีความพร้อมสำหรับการรองรับการใช้งานที่สูง แม้ในการทำงานที่ยากลำบาก ลดความเสี่ยงต่อความเสียหายเชิงกล (mechanical failure)ได้
2. เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานด้วยการแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบเปิด (Open Exchange)
สามารถสื่อสารข้อมูลกับอุปกรณ์ในระดับหน้างาน (plant floor devices) และระบบควบคุมกำกับระดับเหนือขึ้นไป (supervisory systems) ได้อย่างต่อเนื่องและไร้รอยต่อ ใช้โปรโตคอลการสื่อสารมาตรฐานได้หลากหลายรูปแบบ
3. ปกป้องสินทรัพย์ในโรงงานอุตสาหกรรมด้วยโซลูชันด้านความปลอดภัย (Security Solution)
ลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามและป้องกันการบุกรุกด้วยกลยุทธ์การป้องกันแบบหลายชั้น (defense-in-depth) โดยคุณสมบัติด้านความปลอดภัยขั้นสูงช่วยตรวจสอบความสมบูรณ์ขององค์ประกอบสำคัญของระบบ และช่วยป้องกันการเข้าถึงคอนโทรลเลอร์โดยไม่ได้รับอนุญาต
4. เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานด้วยข้อมูลเชิงลึกในระดับเครื่องจักร (Machine-Level Edge Insights)
โดยสามารถตรวจสอบ ควบคุม และปรับกระบวนการการผลิตได้แบบทันที (on-the-fly) ด้วยเทคโนโลยี Edge ที่มีสมรรถนะสูง ช่วยบริหารจัดการสินทรัพย์ที่สำคัญ และให้ข้อมูลสนับสนุนการตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ด้วยข้อมูลเชิงลึกที่อยู่ใกล้แหล่งกำเนิดข้อมูลมากที่สุด
ด้วยการเชื่อมต่อที่เป็นหัวใจหลัก โดยการออกแบบอุปกรณ์และโครงสร้างการประกอบระบบ หรือ สถาปัตยกรรมของ PACSystems สามารถทำให้ผู้ใช้งานขยายขีดความสามารถได้ไกลเกินกว่า รูปแบบ Automation System มาตรฐานแบบดั้งเดิม
ส่วนประกอบหลักๆ ได้แก่
1. Supervisory Software
ด้วยซอฟต์แวร์ควบคุมที่มีความปลอดภัย รองรับการทำงานร่วมกันกับอุปกรณ์อื่นแบบบูรณาการโดยเราสามารถเขียนโปรแกรมและกำหนดค่าการทำงานของอุปกรณ์ PACSystems ได้โดยใช้ native tools , open standards และ fully integrated development environment โดยมีระบบรองรับการควบคุมเวอร์ชัน (version control) และ การยืนยันตัวตน (authentication) ส่วนเรื่องการสื่อสารจะใช้ common set of configuration tools ที่มีความปลอดภัย
2. Machine & Industrial Control
ระบบสามารถรองรับความต้องการของแอปพลิเคชันที่หลากหลาย ด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์ PACSystems Controller ที่มีความแข็งแรงและเชื่อถือได้ ให้การควบคุมแบบกำหนดเวลาแน่นอน (deterministic control) และความเร็วสูง รองรับตั้งแต่ 24 จุด I/O จนถึงมากกว่า 32,000 จุด I/O คอนโทรลเลอร์ระดับชั้นนำนี้สามารถทำงานร่วมกับ มาตรฐานอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ที่มีอยู่เดิมในโรงงาน รวมทั้งมีระบบสำรอง (redundant) มีการออกแบบด้านความปลอดภัยตั้งแต่ระดับโครงสร้าง พร้อมรองรับการทำงานในสภาวะแวดล้อมที่มีความท้าทายสูง
3. Interface
ซึ่งช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและชัดเจน ด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์จอแสดงผลอุตสาหกรรมแบบทนทานของ PACSystems มี Modular HMIs and touchscreen devices โดยผสานความง่ายในการใช้งานเทคโนโลยีสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป เข้ากับความทนทานในระดับอุตสาหกรรมสำหรับการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่รุนแรง โครงสร้างแบบโมดูลาร์ช่วยให้สามารถขยายระบบได้ง่าย และความสามารถในการเชื่อมต่อแบบ Daisy Chaining ในตัว ทำให้ช่วยลดความซับซ้อนของการเชื่อมต่อและลดต้นทุน
4. Devices and I/O
ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมต่อและความพร้อมใช้งานต่อเนื่องของระบบ (continuous uptime) ด้วยอุปกรณ์และระบบ I/O ของ PACSystems ที่ใช้มาตรฐาน PROFINET สามารถผสมผสานการใช้งานระหว่าง I/O อุตสาหกรรมได้หลากหลายประเภท รวมถึงอุปกรณ์อุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่มีอยู่ก่อนหน้า เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของแอปพลิเคชันเฉพาะด้าน การเลือกใช้ I/O ที่เหมาะสมกับลักษณะงานช่วยลดต้นทุนอุปกรณ์ ลดระยะเวลาในการติดตั้ง และเพิ่มประสิทธิภาพผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI)
1. Hardware
Emerson ใช้แนวคิดการออกแบบด้านความปลอดภัยตั้งแต่ระดับโครงสร้าง (secure-by-design) ในคอนโทรลเลอร์ของ PACSystems โดยประกอบด้วย Trusted Platform Module (TPM), ระบบ Secure Boot และการอัปเดตแบบ secure firmware updates
2. Communication
โซลูชัน PACSystems ได้รับการรับรองมาตรฐาน Achilles Certification และใช้โปรโตคอล OPC UA สำหรับการสื่อสารข้อมูลที่มีความปลอดภัย
3. Software
การเข้าถึงซอฟต์แวร์ของคอนโทรลเลอร์ได้รับการป้องกันด้วยระบบรหัสผ่านแบบเข้ารหัส (encrypted passwords) การกำหนดสิทธิ์การเข้าถึง (authorized access) และระบบควบคุมสิทธิ์การใช้งาน (access controls)
4. Rugged Design
โซลูชัน PACSystems สามารถทำงานในสภาพแวดล้อมที่รุนแรงได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อสมรรถนะของระบบ รองรับช่วงอุณหภูมิการทำงานที่กว้างตั้งแต่ -40 ถึง 70 °C และช่วงความชื้น 5% ถึง 95% RH แบบไม่เกิดการควบแน่น (non-condensing) ซึ่งช่วยให้มั่นใจได้ถึงความพร้อมใช้งานของระบบในทุกสภาพแวดล้อม
5. Patent Heat Transfer
กลุ่มผลิตภัณฑ์ PACSystems รองรับการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่รุนแรงโดยไม่จำเป็นต้องใช้พัดลมระบายความร้อน ซึ่งมีความเสี่ยงต่อความเสียหาย เทคโนโลยีการถ่ายเทความร้อนที่ได้รับการจดสิทธิบัตรช่วยให้ระบบสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องในสภาวะอุณหภูมิสูงมาก โดยไม่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของระบบควบคุม
6. Built-in Redundancy
มี redundant power inputs ช่วยเพิ่มความพร้อมใช้งาน และความน่าเชื่อถือ มีเทคโนโลยีการกู้คืนเครือข่ายอย่างรวดเร็ว (fast network recovery technology) ช่วยปกป้องแอปพลิเคชันที่มีความสำคัญสูง (mission-critical applications) จากการหยุดชะงักของเครือข่ายหรือความขัดข้องชั่วคราว
7. Vibration Resistance
มีส่วนประกอบและจุดเชื่อมต่อที่ทนต่อการสั่นสะเทือน ช่วยลดจุดเสี่ยงต่อความเสียหาย และช่วยให้ระบบทำงานได้อย่างเชื่อถือได้ในการใช้งานที่มีการเคลื่อนไหว ไปมา รวดเร็ว หรือมีแรงกระแทกสูง
8. Conformal Coating
การเคลือบผิวแบบไม่เป็นสื่อนำไฟฟ้า (non-conductive conformal coating) ช่วยปกป้องอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จากการปนเปื้อน ความชื้น และการกัดกร่อน ที่เกิดจากสภาพแวดล้อมที่รุนแรงสุดขั้ว
9. Certification
PACSystems ได้รับการรับรองตามมาตรฐานที่เข้มงวดด้านความทนทานและความน่าเชื่อถือซึ่ง ได้แก่ UL Class 1 Division 2, ATEX Class 1 Hazardous Locations และการรับรองด้านความปลอดภัยไซเบอร์ Achilles Level 2 Certification
10. Scalable Automation
PACSystem รองรับการขยายระบบอัตโนมัติได้ตั้งแต่แอปพลิเคชันขนาดเล็กและกะทัดรัด ไปจนถึงระบบสำรองขนาดใหญ่ (large redundant systems)
11. Deterministic High-Speed Control
รองรับอัตราการสแกนพื้นฐานต่ำสุดที่ 200 ไมโครวินาที (200 μs) การสลับการทำงาน (switchover) ได้รวดเร็วภายใน 1 รอบการสแกน (1 scan) รองรับการควบคุมการเคลื่อนที่หลายแกนแบบสัมพันธ์กันที่ความเร็วสูง (high-speed coordinated multi-axis motion) และการควบคุมแบบกำหนดเวลาแน่นอน (fully deterministic control) เพื่อตอบสนองความต้องการของแอปพลิเคชันในปัจจุบัน
12. Simplified Programming
รองรับภาษาโปรแกรมตามมาตรฐาน IEC 61131 พร้อมการสนับสนุน C blocks แบบเนทีฟ ช่วยให้สามารถพัฒนาโปรแกรมสมัยใหม่และรองรับการขยายระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงสามารถดาวน์โหลดและนำโปรแกรมกลับมาใช้ซ้ำได้โดยไม่ต้องตั้งค่าเพิ่มเติม
13. Flexible Networking
PACSystems รองรับตัวเลือกการสื่อสารที่หลากหลาย เพื่อให้เกิดความสามารถในการทำงานร่วมกันของระบบ (interoperability) สูงสุด ได้แก่ DNP3, IEC 61850, IEC 104, HART pass-through, EGD, SRTP, Modbus TCP/RTU, PROFINET และ OPC UA
14. Redundant by Design
พัฒนาบนแพลตฟอร์มของ ระบบควบคุมแบบสำรอง (scalable, synchronized redundancy control platform) โดยมีความพร้อมใช้งานสูง (high availability solutions) ช่วยให้สามารถควบคุมแอปพลิเคชันและกระบวนการได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่หยุดชะงัก
15. Built-in Security
คอนโทรลเลอร์ PACSystems ได้รับการรับรองมาตรฐาน Achilles และมาพร้อมโครงสร้างด้านความปลอดภัยล่าสุด เช่น Secure Boot, Trusted Platform Module (TPM) และระบบอัปเกรดเฟิร์มแวร์แบบปลอดภัย (secure firmware upgrades)
16. PROFINET Technology
กลุ่มผลิตภัณฑ์ I/O ของ PACSystems ทุกรุ่นรองรับมาตรฐาน PROFINET แบบเนทีฟ ทำให้คอนโทรลเลอร์สามารถสื่อสารกับกลุ่มผลิตภัณฑ์ I/O ได้ทุกรุ่น และช่วยให้สามารถเลือกใช้งานได้อย่างเหมาะสมทั้งด้านต้นทุนและสมรรถนะ
17. ลดความซับซ้อนของการเดินสายภาคสนาม (Field Wiring)
มีการใช้รูปแบบการเดินสาย I/O ที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน และกระบวนcommissioning ที่ได้รับการปรับปรุง ช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการบำรุงรักษาและการอัปเกรดระบบภาคสนาม
18. Field Devices Support
รองรับโปรโตคอลการสื่อสารหลายรูปแบบ ช่วยให้สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภาคสนามได้หลากหลายประเภท
19. Hot-Swap Capabilities
รองรับการถอดและเปลี่ยนโมดูล I/O ขณะระบบยังคงทำงานอยู่ (hot swapping) ทำให้สามารถดำเนินกิจกรรมด้านการบำรุงรักษาได้โดยไม่ต้องหยุดระบบ
20. Regulatory Compliance
กลุ่มผลิตภัณฑ์ PACSystem เป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐานด้านกฎระเบียบทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับประเทศ และระดับสากล
21. Diagnostics
ด้วยระบบวินิจฉัยขั้นสูงของ PACSystems สามารถระบุความขัดข้องของระบบได้อย่างรวดเร็ว ช่วยลดเวลาหยุดเดินเครื่อง (unplanned downtime)
22. Migration
ทั้ง high-density performance และ ความยืดหยุ่นของโครงสร้างแบบโมดูลาร์ จึงทำให้ PACSystem สามารถขยายระบบได้ตามความต้องการ (build-as-you-go flexibility) เพื่อลดข้อจำกัดด้านพื้นที่ติดตั้ง โดยไม่ส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถของระบบ
การใช้ขนาดพื้นที่ติดตั้ง (footprint) เดิมร่วมกับการนำโมดูล I/O แบบเดิม (legacy I/O modules) กลับมาใช้งานซ้ำ ช่วยให้กระบวนการย้ายระบบ (migration process) สามารถดำเนินการได้ภายในระยะเวลาเพียงประมาณ 30 นาที
ต่อจากนี้จะขอยกตัวอย่างเพียง 1 ชุดอุปกรณ์ในหมวดหมู่ PACSystems ที่กล่าวมามากมายด้านบน
โดยจะยกเป็นตัวอย่างชุดอุปกรณ์ที่เป็นระบบที่มีความกระทัดรัด ง่ายต่อการใช้งาน และ มีราคาที่จับต้องได้ รวมทั้งติดตั้งง่าย และ มีความปลอดภัยของข้อมูลสูง ซึ่งก็คือ ชุด Monitoring System จำนวน 2000 tags ( ประกอบด้วยอุปกรณ์ Hardware เพียง 2 ชุด ได้ Industrial PC และ Controller ซึ่งมี pre-loaded software ในชุดมาให้เรียบร้อยแล้ว แค่นี้ผู้ใช้งานก็สามารถมีระบบ automation ที่เป็นระบบสังเกตุการณ์ จำนวนข้อมูล 2000 tags ได้โดยสมบูรณ์และง่ายดาย
ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ระบบที่กล่าวมาทั้งหมดด้านบนนั้น มีรุ่นย่อยมากมายหลากหลายรุ่น สามารถประกอบเข้าถอดออกเป็น modular ได้อย่างง่ายดาย มีทั้งขนาด Micro ไปจนถึงขนาดใหญ่มากสำหรับระบบ automation ที่ซับซ้อนเป็นแพลทฟอร์มขนาดใหญ่
หากผู้สนใจท่านใดต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ ตามรายละเอียดได้ที่หน้า Contact
PACSystems™ IPC 2010 Industrial PC (IPC) ให้สมรรถนะการประมวลผลที่มีประสิทธิภาพสูงและความสามารถด้านกราฟิกในรูปแบบโครงสร้างที่มีขนาดกะทัดรัดและทนทานมากที่สุดของเรา ทำให้เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานเป็นอุปกรณ์ Edge Gateway
อุปกรณ์ประกอบด้วยไมโครโปรเซสเซอร์ หน่วยความจำ และระบบปฏิบัติการระดับอุตสาหกรรม พร้อมซอฟต์แวร์ด้าน Edge ที่ติดตั้งและได้รับสิทธิ์การใช้งานมาเรียบร้อย (pre-loaded, pre-licensed) ช่วยให้สามารถปรับแต่งการรวบรวมและรวมศูนย์ข้อมูล (data collection and aggregation) การแปลงโปรโตคอลข้อมูล (data protocol conversion) และการประยุกต์ใช้งานด้านการวิเคราะห์ขั้นพื้นฐาน (basic analytics applications) เพื่อรองรับการควบคุมเพิ่มประสิทธิภาพแบบเรียลไทม์ และการแสดงผลการดำเนินงาน (visualization of operations)
รวมองค์ประกอบทั้งหมดที่จำเป็นสำหรับวงจรการใช้งานแอปพลิเคชัน IIoT ไว้ภายใน Industrial PC เครื่องเดียว พร้อมอินเทอร์เฟซแบบรวมศูนย์ (Unified Interface)
รองรับการเขียนโปรแกรมแบบ Drag-and-Drop เพื่อช่วยให้การพัฒนาแอปพลิเคชันเป็นไปอย่างสะดวกและใช้งานได้ง่าย
ช่วยให้มั่นใจในความปลอดภัยของข้อมูลการปฏิบัติงาน และรองรับการเชื่อมต่อสื่อสารกับระบบ IT และแอปพลิเคชันบนคลาวด์ได้อย่างปลอดภัย
ชุดเครื่องมือสำหรับการแสดงผล (Visualization) และการวิเคราะห์ข้อมูล (Analysis) ที่มีประสิทธิภาพสูง
มีตัวอย่างแอปพลิเคชันให้พร้อมใช้งาน ช่วยให้สามารถเริ่มต้นระบบได้ทันที (Out-of-the-box)
มีชุดมาตรฐานของ Node ที่ได้รับการจัดเตรียมไว้ใน Node-RED
รองรับตัวเลือกการใช้งานร่วมกับ Movicon Connext และ Movicon WebHMI
Note :
Programming Languages
ได้แก่ Python, Node.JS, NodeRED
Configured Applications
ได้แก่ Node-RED, Grafana, Influxdb, Timescale, MariaDB, Portainer.io
Optional Software
ได้ แก่ Movicon Connext, Movicon Web HMI
RSTi-EP CPE205 เป็นคอนโทรลเลอร์แบบคอมแพค มีความสามารถของ Programmable Logic Controller (PLC) ระดับสูงในรูปแบบที่มีขนาดกะทัดรัด คุ้มค่า และรองรับการใช้งาน IIoT
ตัวคอนโทรลเลอร์ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด Security-by-Design รองรับการเขียนโปรแกรมแบบเปิด (Open Programming) และการสื่อสารแบบเปิด (Open Communications) ซึ่งช่วยให้การเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ด้านการวิเคราะห์ข้อมูลภายนอกเป็นไปอย่างสะดวก พร้อมช่วยลดต้นทุนและความซับซ้อนของระบบทำให้มีราคาที่จับต้องได้
รองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ PROFINET ได้สูงสุด 8 อุปกรณ์ และรองรับ 512 Bits Discrete I/O, 128 Words for Analog I/O
รองรับการเขียนโปรแกรมแบบอ้างอิงแท็ก (Tag-based Programming) และ ไลบรารีโค้ดที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ (Reusable Code Library) และมีโหมด Test Edit สำหรับเพิ่มประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาระบบแบบออนไลน์ (Online Troubleshooting)
ใช้งานง่าย (User-friendly Environment) จึงช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการออกแบบระบบ พร้อมยกระดับประสิทธิภาพและผลิตภาพทางวิศวกรรม
รองรับความสามารถด้านเครือข่าย I/O แบบเรียลไทม์ โดยรองรับพอร์ต Ethernet ความเร็ว 1 Gbps สูงสุด 3 พอร์ต พร้อมรองรับ PROFINET, OPC UA, Modbus/TCP และ DNP3 ในตัว รวมถึงสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ของผู้ผลิตรายอื่น (Third-party Devices) ได้อย่างสะดวก
รองรับการอัปเดตแอปพลิเคชันแบบรวมศูนย์ทั้งระบบ (Fleet-wide Application Updates) ผ่าน USB โดยไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์พกพา พร้อมรองรับการบันทึกตัวแปรของแอปพลิเคชันลงใน SD Card จาก User Logic เพื่อใช้สำหรับการปรับแต่งค่าพารามิเตอร์เฉพาะเครื่องแบบพกพา
ได้รับการรับรองมาตรฐาน Achilles Level 2 สำหรับความทนทานต่อการถูกโจมตีทางเครือข่าย มีระบบ Secure Boot เพื่อป้องกันแอปพลิเคชันที่เป็นอันตรายและระบบปฏิบัติการที่ไม่ได้รับอนุญาต รองรับการสื่อสารแบบเข้ารหัสผ่าน OPC UA Secure เป็นมาตรฐาน ช่วยให้สามารถตรวจสอบและควบคุมระบบงานได้จากทุกที่อย่างมั่นใจ
รองรับโมดูล I/O มากกว่า 40 ประเภท รวมถึงโมดูลอินเทอร์เฟซเฉพาะทาง เช่น IO-Link ทำให้สามารถเชื่อมต่อเซนเซอร์และอุปกรณ์ภาคสนามให้เหมาะสมกับลักษณะการใช้งานเฉพาะด้านได้อย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพ
Note
User Memory -- 0.5MB of NvRAM
System I/O -- 512 Bits Discrete I/O, 128 Words for Analog I/O
Local I/O Modules --16
Redundancy Support -- MRP Master / Client
Ethernet Ports -- 1-2-port configurable as 2 NICs or 1 NIC switch 100/1000 Mbps
Ethernet Protocols --SRTP Client/Server, Modbus TCP, OPC UA Secure, EGD, PROFINET, HART passthrough
Serial Port / Protocols -- One RS232 / ASCII Serial, Modbus RTU-Slave
USB Interface -- Two USB A2.0
Memory Card -- One Micro SD
Reference & Article Reference